News and events

Back to News and events

หลักการและเหตุผล

 

                       การออกกำลังกายเป็นยาวิเศษ (Exercise is Medicine) เป็นคำกล่าวที่ได้ยินอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากการออกกำลังกายที่ถูกต้องมีประโยชน์ที่เด่นชัดหลายประการ ทั้งด้านอารมณ์ บุคลิกดี ลดความวิตกกังวล และช่วยให้การทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายทำงานดีขึ้น เช่น กล้ามเนื้อ, ข้อต่อ, กระดูกฯลฯ การออกกำลังกายจึงถูกใช้ทั้งด้านการป้องกัน รักษา และฟื้นฟู โรคและความผิดปกติต่างๆ อาทิเช่น โรคเบาหวานความดันโลหิต ภาวะอ้วน โรคข้ออักเสบ โรคซึมเศร้าและไขมันในเลือดสูง เป็นต้น 

การ รักษาทางการแพทย์ประกอบด้วยการให้ยา การทำหัตถกรรม การผ่าตัด และต้องหมายรวมถึง         การดูแลตนเอง ฯลฯ การออกกำลังกายเป็นการดูแลตนเองแบบหนึ่งซึ่งผู้ป่วยต้องปฏิบัติตามอย่างถูก ต้องเหมาะสม เพื่อเสริม-เร่งการฟื้นตัวให้กลับมาดำรงชีวิตประจำวันอย่างเป็นปกติสุขให้ เร็วที่สุด หากเปรียบการเขียนใบสั่งยาเหมือนกับการเขียนใบสั่งการออกกำลังกาย (Exercise prescription) ประเภทของยาก็เปรียบได้กับ   ชนิดของการออกกำลังกาย (Type of exercise, What) ความถี่ของการให้ยากี่ครั้งต่อวัน  ก็เปรียบเสมือนความถี่ของการออกกำลังกาย (Exercise frequency, How often) ปริมาณยาก็เหมือนความหนักของการออกกำลังกาย (Exercise intensity, How much) ฯลฯ

การ สั่งการออกกำลังกาย (Exercise prescription, EIM) ได้ถูกริเริ่มและใช้อย่างจริงจังใน   ซีกโลกตะวันตก ในราวปี คศ 2009 American College of Sports Medicine (ACSM) ได้จัดทำโครงการเพื่อ กระตุ้นให้ EIM ได้ถูกนำมาใช้ให้เป็นส่วนหนึ่งของงานประจำทางการแพทย์ (Routine medical practice) ปัจจุบันมีหลายประเทศทั่วโลกกำลังรณรงค์โครงการ EIM อย่างแข็งขัน เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย บราซิล และบางประเทศในยุโรปฯลฯ สำหรับในเอเซีย ได้ริเริ่มโครงการ EIM ในประเทศสิงคโปร์ ไทยและฟิลิปปินส์ ด้วยเหตุผลสำคัญที่ประชากรมีอายุยืนยาวมากขึ้น และเกิดภาวะอ้วนน้ำหนักเกินในทุกกลุ่มอายุ หากปล่อยให้ภัยเงียบเหล่านี้เกิดขึ้นจะเป็นการสิ้นเปลือง           ค่ารักษาอย่างมากซึ่งมีผลต่อการพัฒนากำลังคนของประเทศ การหามาตรการเพื่อดำเนินการแก้ไขภาวะคุกคามต่อ   สุขภาวะของคนไทยทั้งในปัจจุบันและอนาคต จึงเป็นความท้าทายประการหนึ่งที่องค์กรต่างๆในประเทศไทยทั้งภาครัฐ และเอกชนจากสถาบันการศึกษาทางการแพทย์และที่เกี่ยวข้อง ต้องผนึกกำลังกันสร้างองค์ความรู้ การสร้างกิจกรรมเสริมความรู้ในการสั่งการรักษา ป้องกัน ด้วยการออกกำลังกาย ให้เกิดประสิทธิผลอย่างแท้จริงที่นำไปใช้ได้จริง รวมถึงการจัดทำ Clinical Exercise Guidelines ที่ใช้เป็นแนวทางต่อไป

วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล โดยคณะกรรมการดำเนินโครงการ Exercise is Medicine in Thailand อันประกอบด้วยเครือข่ายในขั้นต้นจาก 6 สถาบันและ 2 องค์กรวิชาชีพแพทย์ (มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร มหาวิทยาลัยมหิดล                              ราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศ ไทย และศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก) ตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างแนวทางส่งเสริมให้คำแนะนำให้ผู้ป่วย ออกกำลังกายเพื่อการป้องกันและรักษาโรคได้อย่างแท้จริง จึงได้จัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “How to prescribe exercise?” ขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์มีความรู้ความเข้าใจและ ความสามารถนำแนวทาง EIM ไปใช้ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม อันเป็นบูรณาการภูมิปัญญาของทุกฝ่ายให้เกิดแนวทางและการนำไปใช้อย่างต่อ เนื่อง พร้อมทั้งปลูกฝังให้รักการออกกำลังกายแก่ประชาชนต่อไป สำหรับ รูปแบบการอบรมจะเป็นภาคทฤษฎี ที่เกี่ยวกับหลักการ Exercise prescription 4 ด้าน ได้แก่ การกำหนดความหนัก (Intensity) ระยะเวลา (Duration) ความถี่ (Frequency) และชนิดการออกกำลังกาย (Mode) และให้ผู้เข้าร่วมอบรม         ได้ออกกำลังกายประเภทต่างๆ ซึ่งใช้อยู่เป็นประจำในสังคมไทย อาทิ ยืดเหยียด โยคะ กระบองป้าบุญมี แอโรบิค ยางยืด Step test, Hoola Hoop ฯลฯ ทั้งนี้เพื่อให้แพทย์และผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านได้รับทราบความรู้สึก ความเหนื่อย และความเมื่อยล้าจากการออกกำลังกายชนิดต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในคนอ้วนและคนสูงอายุอันอาจเกิดเป็นอุปสรรคต่อการออกกำลังกาย เป็นที่คาดหวังว่าผู้เข้ารับการอบรมจะสามารถนำประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ทั้ง ภาคทฤษฎี และปฏิบัติจริงไปประยุกต์ใช้ในการกำหนดการออกำลังกายให้แก่ประชาชนทั่วไป ทั้งที่มีสุขภาพดีและมีปัญหาด้านสุขภาพบางประการ

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อ เป็นการระดมสมองสร้างและนำเสนอแนวทางการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสภาพสังคม ไทย แก้ปัญหาสุขภาพที่มาจากภาวะขาดการออกกำลังกายที่เหมาะสมในคนไทย
  2. เพื่อ ให้แพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัด นักวิทยาศาสตร์การกีฬา และบุคลากรอื่นๆ ทางการแพทย์มีความรู้ ความเข้าใจเกิดทักษะในระดับที่สามารถนำแนวทาง exercise prescription ไปใช้ได้อย่างถูกต้อง
  3. เพื่อขยายเครือข่ายฯ และผลิตบุคลากรซึ่งเป็นฐานการปฏิบัติงาน EIM ให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคและสาขาวิชาชีพทางการแพทย์

กลุ่มเป้าหมาย

ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ (นักกายภาพบำบัดนักวิทยาศาสตร์การกีฬา) ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค อาทิ ราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวฯ แพทย์ในสังกัดสำนักอนามัยและ   สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชน ฯลฯ จำนวนรวมทั้งสิ้น 600 คน (รวมการจัดประชุม 3 รุ่น)

 

ค่าลงทะเบียน

ไม่มีค่าลงทะเบียน (โครงการประชุมอบรมเชิงปฏิบัติการต่อเนื่องนี้) ได้รับการสนับสนุนจาก          American College of Sports Medicine (ACSM) และ Coca-Cola Foundation, USA    

ระยะเวลาดำเนินการ

          รุ่นที่ 1 วันอังคารที่ 29 ตุลาคม 2556

รุ่นที่ 2 มกราคม 2557 (ประกาศภายหลัง)

รุ่นที่ 3 มีนาคม 2557 (ประกาศภายหลัง)


สถานที่ประชุม

รุ่นที่ 1  ณ ห้องเธียเตอร์ อาคารสาธารณสุขวิศิษฏ์ ชั้น 2 คณะสาธารณสุขศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดลถ.ราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ
รุ่นที่ 2  และ รุ่นที่ 3  (ประกาศภายหลัง)

หน่วยงานที่รับผิดชอบ

          วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ   ราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย EIM Thailand 

 

 
กำหนดการ

วันอังคารที่ 29 ตุลาคม 2556

 

เวลา 08.00 น. - 08.30 น.            
ลงทะเบียนเข้าร่วมประชุม
เวลา 08.30 น. – 08.45 น. กล่าวรายงาน(โดย: รองคณบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล)
เวลา 08.45 น. – 09.00 น. เปิดการประชุม (โดย: คณบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล   และประธานราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย)
เวลา 09.00 น. - 09.20 น. บรรยายเรื่อง “Exercise prescription as a medical tool”(โดย น.อ.นพ.ไกรสร วรดิถี)
เวลา 09.20 น. – 09.40 น. บรรยายเรื่อง “Exercise prescription & Components” (โดย ผศ.ดร.รุ่งชัย ชวนไชยะกูล)

เวลา 09.40 น. - 10.00 น.

พักรับประทานอาหารว่าง

เวลา 10.00 น. - 12.00 น.

สาธิตและปฏิบัติการ “เรียนรู้การออกกำลังกาย” (โดย อ.ชลชัย อานามนารถและคณะ)
เวลา 12.00 น. - 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
เวลา 13.00 น. –14.30 น. Workshop “Exercise prescription 1”(โดย ดร.เมตตา ปิ่นทอง และคณะ)
เวลา 14.30 น. – 14.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
เวลา 14.45 น. –15.30 น. Workshop “Exercise prescription 2”(โดย ดร.เมตตา ปิ่นทอง และคณะ)
เวลา 15.30 น. - 16.30 น. สรุปการทำ workshop “Exercise Prescription”(โดย น.อ.นพ.ไกรสร วรดิถี, ผศ.ดร.รุ่งชัย ชวนไชยะกูล และคณะ)
เวลา 16.30 น.- 17.00 น. ปิดการประชุม (โดย ศ.นพ.อรรถ นานา คณบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล)
หมายเหตุ     1.กรุณาส่งแบบตอบรับมายัง โทรสาร 02-8893693 ภายในวันที่ 18 ตุลาคม 2556
2.ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นางสาววิธวดี นิติวงศ์สถิตย์ (ผู้ประสานงาน) โทรศัพท์ 088 820 2510 e-mail: vithvadee2010@hotmail.com

 

exercise is medicine thailand